Happy New Year 2010!

posted on 31 Dec 2009 16:25 by bloodymonday in Whimsical

Two blogs proved to be time consuming (not to mention Facebook, Twitter and everything else). So I think this blog might be on hold indefinitely. See y' all at Bloggang, Facebook, Twitter! (Gosh, I have no life...)

Oh, and Happy New Year 2010!

 

 

edit @ 31 Dec 2009 16:29:08 by BloodyMonday

Weird Movie Poster Vol.2 (SuperHero Edition)

posted on 14 Jun 2008 12:51 by bloodymonday in Whimsical

ขอขอบคุณ Cracked.com อีกที ที่ได้สร้างสรรค์โปสเตอร์เหล่านี้ออกมา

-----------------------------------------------------------------

เป็นการจบตำนานไตรภาคอย่างยิ่งใหญ่ของผกก.คริสโตเฟอร์ โนแลน หลังจากที่ต้องต่อสู้กับเหล่าวายร้ายนับไม่ถ้วนมากว่าสิบปี แบทแมนก็มานั่งครุ่นคิดกับตัวเองว่า "ชีวิตของเรานั้น สุดท้ายแล้วก็ต้องแปรเปลี่ยนเป็นแค่ผงธุลี ทำไมต้องมาทนกับความยากลำบากในโลกนี้ด้วย" ถึงแม้ว่าเหล่าผู้ร้ายในภาคที่แล้วๆมาอย่าง Scarecrow หรือ Two-faced ที่ลงทุนแหกคุกออกมาเพื่อเกลี่ยกล่อม บรูช เวย์นให้เปลี่ยนใจ แต่นั้นก็ไม่ได้หยุดการกระทำของเขาในตอนสุดท้ายได้เลย
 


หลังจากที่อนาคตของแบทแมนได้สิ้นสุดลงแล้ว ด้วยน้ำมือของคริส โนแลน ทางวอร์เนอร์ก็เลยต้องเริ่มต้นหาซุปเปอร์ฮีโร่คนใหม่ขึ้น ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้ไปหาที่ไหนไกลเลย และประกอบกับเฮียคีนูก็ต้องการมีแฟรนไชน์ของตัวเองบ้าง หลังจาก The Matrix ได้จบไป Robin คือ Spin-off กลายๆของซุปเปอร์ฮีโร่แห่งเมืองก๊อตแธม ด้วยความมืดมนในธีมของหนัง ที่มาพร้อมกับ 3 ชั่วโมงในการตีอกชกตัว และบ่นน้อยเนื้อต่ำใจว่าไม่มีใครเห็นคุณค่า และยอมรับในความสามารถของเขาเลย ทำให้สุดท้ายแล้ว โรบินก็ไม่ได้จัดการวายร้ายเลยสักคนเดียว


 

 

หลังจากที่พี่ชาย (และน้องสาว) วาชอว์สกี้ีประสบความล้มเหลวในผลงานเรื่องล่าสุดของพวกเขาอย่าง Speed Racer พวกเขาก็ยังไม่เลิกล้มความตั้งใจ ในการยื่น LSD ให้กับผู้ชมผ่านทางจอภาพยนตร์ The PowerPuff Girls คือปรากฎการณ์ล่าสุดของวงการ ด้วยการรวมตัวของสาวซ่า ลินซี่ย์ โลแฮน, สาวหน้าหมู คริสติน่า ริคชี่ และสาวน้อยที่มาแรงอย่าง มิลลี่ ไซรัส และที่สำคัญที่สุดคือ การรับบทสำคัญ เป็นครั้งแรกตั้งแต่ริกส์ คนมหากาฬ 4 ของ โจ เปสซี่ ที่เล่นเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของความชั่วร้ายทั้งหมด...โมโจโจโจ้
 

 

 

เวสลี่ย์ สไนปส์ คือแอ๊กชั่นสตาร์ที่ฮ็อตฮิตที่สุด ในช่วงทศวรรษที่ 90 แต่ปัญหาการหลบเลี่ยงภาษี บวกกับสังขารที่ร่วงโรยไปตามวัย ทำให้เขาไปจมปลักกับหนังดีวีดีอยู่หลายปี ก็มีเพียงแต่แฟรนไชน์เบลด ของเขาเท่านั้น ที่จะยังพอที่จะให้เขา ได้พบกับผู้ขมผ่านทางจอโรงภาพยนตร์ ในที่สุด ปี 2010 เบลดก็ได้กลับมาอีกครั้ง โดยผกก.จาก Are We There Yet ได้รับมอบหมายให้สร้างเบลด ในเวอร์ชันที่เหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัยมากที่สุด ผลสุดท้ายแล้ว ด้วยส่วนผสมของ Are We There Yet, The Pacifier และ Blade ก็ได้สร้างนักสู้แวมไพร์สายพันธ์ใหม่ ในเรท PG ซึ่งก็สามารถทำรายได้อย่างถล่มทลาย...
 

edit @ 14 Jun 2008 14:29:30 by BloodyMonday

Weird Movie Poster Vol.1

posted on 14 Jun 2008 12:33 by bloodymonday in Whimsical

ต้องขอขอบคุณ Cracked.com และ Google ที่สร้างสรรค์สิ่งมึนๆให้กับเรา (สำหรับใครที่เคยเห็นโปสเตอร์เหล่านี้แล้ว เจ้าของบล็อคก็ขออภัยที่ทำให้เสียเวลามาไว้นะที่นี้ด้วย 555+)

--------------------------------------------------------


ณ. ปี 2015 หลังจากเหล่าแฟนๆเกมส์และนักดูหนังผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ต้องทนทุกข์ทรมาณไปกับหนังของอูเวย์ โบว์ ถึงมีให้ชมถึงปีละ 5 เรื่อง (เป็นอย่างต่ำ) เขาก็ได้ประกาศว่า โปรเจ็คต่อไปจะเป็นโปรเจ็คในฝันของเขา Uwe Boll's "Pong" สร้างมาจากเกมที่มีอิทธิพลอย่างมาก ต่อการตัดสินใจในการมาเป็นผู้กำกับหนังของเขา หนังถือว่าเป็นมิติใหม่ของวงการภาพยนตร์ และยังเป็นภาพยนตร์แนวทดลองเรื่องแรกของเขา ที่เป็นกลายเป็นหนังที่กวาดเงินจาก box office ได้อย่างถล่มทลายอีกด้วย (หนังทำรายได้ทั่วโลกไปกว่าหนึ่งแสนล้านดอลลาร์)

 





เมื่อการทำงานในออฟฟิส ของท่านผู้ว่า อาร์โน หมดวาระลง เขาก็เล็งหาทางที่จะกลับเข้ามาในฮอลลิวู้ด ในที่สุดก็ปิ๊งไอเดียขึ้น เมื่อเขานั่งดูคู่ปรับในอดีตของเขาอย่างเจ้าพรีเดเตอร์ ที่กระโดดข้ามแฟรนไชน์ ไปฟัดกับฝูงเอเลี่ยนมาแล้วถึงสองครั้งสองคราด้วยกัน เขาตัดสินใจโทรไปหาเพื่อนเก่าเพื่อนแก่อย่างสไล ที่เพิ่งปลุกกระแสทั้งร็อคกี้และแรมโบ้ ออกมาโลดแล่นในจอในปี 2008 จนในที่สุด “Rambo vs. Terminator” ก็คือประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในโลกภาพยนตร์ อีกทั้งหนังยังสามารถเข้าชิงได้ถึง 6 รางวัลออสการ์ (รวมถึง 2 รางวัลในสาขาดารานำชายยอดเยี่ยมอีกด้วย!!!)
 
 



หลังจากฮิตติดๆกันมาเป็นเวลานาน ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง จู๊ด อาพาโทว์ ก็เริ่มที่จะเบื่อหน่ายและหมดไฟ หนังเรื่องล่าสุดของเขาเรื่อง "This Guy" คือผลงานที่เหมือนการรีเมคของหนังทุกเรื่องที่ผ่านมาของเขาเอง แต่เพราะหนังเรื่องนี้พะยี่ห้อไว้ว่า “นี่คือหนังของจู๊ด อาพาโทว์” ดูเหมือนคนดูก็จะไม่ยี่หระต่อเสียงวิจารณ์ และพากันซื้อตั๋วเพื่อเข้าชมหนังเรื่องนี้ สุดท้ายแล้ว “This Guy” ก็คือหนังตลกที่ฮิตที่สุดประจำปี 2010 อย่างไร้คู่แข่ง และมันก็ทำให้ จู๊ด อาพาโทว์ สามารถรีเมคของรีเมคของรีเมค หนังของตัวเองได้ต่อไปอีกเรื่อยๆๆๆ





จากกระแสหนังกล้องมือถือ ที่ทำให้ “Cloverfield” เกิดเป็นหนังฮิตขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง ผู้อำนวยการสร้างอย่าง เจเจ อัมบราฮัม จึงเกิดไอเดียที่จะสร้างอีกหนึ่งเรื่อง โดยให้ตัวเอกตกอยู่ในสถานการณ์สุดมันอีกครั้ง ซึ่งก็เป็นสถานการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจของเขา ในการมาเป็นผู้กำกับ “Sleep Hard" คือเรื่องของไอ้หนุ่มคนหนึ่ง ที่ผล่อยหลับโดยเปิดกล้องทิ้งเอาไว้ ซึ่งก็เป็นเรื่องบังเอิญพอดีที่หน้าต่างห้องของเขา อยู่ตรงข้ามตึกนากาชิมะพอดี แล้วก็บังเอิญอีกเหมือนกัน ว่าช่วงเวลานั้นคือคืนก่อนคริสมาสอีฟ ที่เกิดเหตุการณ์ปล้นใน Die Hard ภาคแรกพอดี เจเจ สัญญากับผู้ชมว่า ถ้าพวกเขาเพ่งดูดีๆ ก็จะสามารถเห็นบรูส วิลลิสกระโดดลงจากตึกด้วยการโหนสายฉีดน้ำได้อย่างแน่นอน




หลังจากที่ “The Dark Knight” ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาด ผู้กำกับคริส โนแลนจึงหันกลับไปหารากเหง้าของตัวเอง โดยการที่ตัดสินใจทำ Director’s Cut ของภาพยนตร์ที่สร้างชื่อให้กับเขา “Mementoo” คือเมเม็นโต้ในเวอร์ชั่นที่ถูกตัดต่อใหม่ โดยให้ฉากทุกฉาก ถูกเรียบเรียงมาอยู่ในตำแหน่งที่ปกติ ซึ่งผลก็คือ ทำให้คนดูที่งุนงงกับเวอร์ชันแรกเกิดบรรลุว่า หนังเรื่องนี้จริงๆแล้ว มันไม่มีอะไรเลย...

 

 



edit @ 14 Jun 2008 13:47:13 by BloodyMonday