The Karate Kid, Part: Epilogue
posted on 07 May 2008 20:19 by bloodymonday in Fanfiction
ณ. สุสานแห่งหนึ่งในบอสตัน
วันนี้เป็นเช้าที่สดใสอีกวันหนึ่ง พื้นหญ้าดูสีเขียวชอุ่ม เหล่าใบไม้ที่ร่วงหล่นล้วนถูกกวาดออกไปจนหมดสิ้น
ป้ายหลุมศพเรียงกันเป็นแนวอย่างเป็นระเบียบ
มีร่างของเหล่าทหารนับพันนอนอยู่ใต้ผืนดินแผ่นนี้ แต่แล้ว ความสงบก็ถูกรบกวนโดยเสียงอันแผดดังของเครื่องยนต์จากรถโบราณสีเนื้อคันหนึ่ง
ที่แล่นมาจากประตูทางเข้าอันใหญ่โตของสุสานแห่งนี้ สภาพของรถนั้น เสมือนถูกขัดเงามาอย่างเอาใจใส่เป็นอย่างดี
ไม่กี่อึดใจต่อมา เจ้ารถสีเนื้อคันนั้น ก็ถูกดับเครื่องลงและถูกจอดเอาไว้ริมฟุตบาท
ชายหนุ่มคนหนึ่งได้ก้าวลงมาจากรถ รอยตีนกาบนใบหน้า และผมขาวที่ขึ้นแซมอยู่ท่ามกลางผมดกดำบนศรีษะของเขา
ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ที่ไม่น้อยแล้ว ของชายคนนี้ ในมือของเขา มีรูปที่ถูกใส่กรอบอย่างดี
ในรูปนั้น มีเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังชูถ้วยรางวัลอยู่ ใบหน้าของเด็กคนนั้นเปี่ยมไปด้วยความสุข และข้างๆตัวเขานั้น มีชายแก่ชาวญี่ปุ่น ที่ก็กำลังยิ้มอย่างมีความสุขอยู่
ชายหนุ่มคนนั้น เดินเข้าไปในสุสาน สายตาของเขามองตรงไปยังหลุมศพหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเพื่อนร่วมอาชีพอีกนับพันคน
และเมื่อเขาเดินมาถึง เขาก็พบว่า มีผู้หญิงวัยกลางคนอยู่อีกคน
ยืนอยู่ตรงหลุมศพนั้น
"ขอโทษครับ คุณเป็นใคร?" ชายหนุ่มถาม
"ฉันชื่อ จูลี่ เป็นหลานของคุณปู่ มิยากิ
วันนี้เป็นวันครบรอบวันเสียของคุณปู่ปีที่ 2 พอดี ฉันก็เลยแวะมาหาท่าน
ว่าแต่...คุณละเป็นใคร?" เธอถามกลับ "ผมชื่อ
แดเนียล ผมเคยให้คุณปู่ของคุณสอนคาราเต้ผมสมัยเด็กๆ ผมเพิ่งทราบข่าวเมื่อไม่นานมานี้เองว่า
คุณมิยากิเสียแล้ว ผมเลยตัดสินใจขับรถมา เพื่อมาเคารพหลุมศพของท่าน"
"อ๋อ คุณคือแดเนียล ลารุสโช่ ฉันได้ยินเรื่องของคุณมากมายเลยจากคุณปู่ แกบอกว่า ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่แกมีความสุขที่สุดในชีวิตเลย" เธอตอบพร้อมกับตื่นเต้นที่ได้เห็นคนที่คุณปู่พูดถึงมาตลอดชีวิต
"อืม คุณเองเหรอที่ชื่อจูลี่ ผมก็เคยได้รับจดหมายของคุณมิยากินะ เมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว
เขาบอกว่า การย้ายมาอยู่ที่บอสตัน มันเป็นเรื่องลำบากสำหรับเขาอยู่เหมือนกัน
แต่ในที่สุด เขาก็ได้พบตัวแทนผมที่มาในร่างของผู้หญิงแล้ว นั้นก็คือหลานสาวของแกเอง ที่ชื่อว่าจูลี่"
"แล้วคุณไปทำอะไรที่ไหนมาล่ะ ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมานี่"
จูลี่ถามด้วยความสงสัย "คุณปู่ ก่อนที่จะเสีย แกก็บ่นมาตลอดว่า ทำไมแดเนียลไม่เคยมาเยี่ยมแกเลย"
"เออ.....คือว่าผม.....ขอโทษ" แดเนียลพูด ก่อนที่จะเบือนหน้าหนีไปจากหลุมศพ
"มันอาจจะเหมือนความทรงจำสมัยเด็กๆ ที่ผมได้สนุกไปกับมัน
แต่เมื่อพอผมเริ่มเข้าสู่ในวัยทำงานแล้ว สิ่งเหล่านั้น มันก็เป็นเพียงแค่ความฝัน
ที่นับวันยิ่งเลือนรางลงไปทุกทีๆ" ระหว่างที่พูด
น้ำตาของแดเนียลได้เอ่อล้นขึ้นมา "จนเมื่อผมเมื่อรับข่าวว่า.....คุณมิยากิเสียชีวิตแล้ว
ไอ้ความฝันสีจางเหล่านั้น มันกลับดูเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนกับว่าเราได้ดูหนังที่ทำมาจากชีวิตของเราอีกครั้ง
รุ่งเช้าของอีกวัน ผมตัดสินใจเอารถที่คุณมิยากิให้ผมมาออกมาจากโรงรถ ซ่อมมัน
ทำสีใหม่ และก็ตัดสินใจขับมาบอสตันเพื่อมาหาท่าน
แม้ว่ามันจะสายเกินไปก็ตาม..." "ไม่หรอก
เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุด คือคุณก็ยังจำท่านได้ คุณปู่พูดเอาไว้เสมอว่า
ความเศร้าที่กัดกินอยู่ในใจนั้น ท้ายที่สุดแล้ว มันก็อาจจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นได้น่ะ
คุณต้องการจะจากที่นี้ไปด้วยใจที่โกรธคุณปู่อย่างนั้นเหรอ"
แดเนียลมองจูลี่อย่างสงบอยู่พักหนึ่ง ไม่นานเขาก็หัวเราะออกมา
"ฮ่าๆๆ คุณนี้เหมือนกับคุณปู่จริงๆเลยน่ะ ตอนเด็กๆผมก็ทำผิดพลาดอยู่เรื่อย
ก็มีคุณมิยากินี้แหละ ที่คอยเตือนสติ และปล่อยให้ผมคิดว่า จะทำอย่างไรให้กลับมาอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องด้วยตัวเอง
ท่าทางแกจะสอนคุณมาดีน่ะ" แดเนียลถามอย่างสบายใจ "ฉันก็พยายามทำให้ดีที่สุด
ตามที่คุณปู่ได้สอนเอาไว้ ว่าแต่คุณเองก็ดูดีไม่เลวน่ะ แสดงว่าคำสั่งสอนของแกใช่ได้ผลจริงๆแหละ" จูลี่ตอบอย่างอารมณ์ดีเช่นกัน
ทั้งสองยืนอยู่หน้าหลุมศพของคุณมิยากิ แดเนี่ยลวางรูปที่เขานำมาด้วยไว้บนป้าย
"คุณมิยากิ ผมมาแล้วน่ะ" จูลี่ปาดน้ำตาของเธอที่ไหลออกมา "แดเนี่ยล
ฉันเองก็คงต้องไปแล้วล่ะ ต้องไปรับลูกที่กำลังจะเลิกเรียนพอดี"
แดเนี่ยลหันมามองจูลี่ แล้วถามว่า "คุณมีลูกแล้วเหรอ
ยินดีด้วยน่ะ.....ตัวผมเองอายุขนาดนี้แล้ว ก็ยังลงหลักปักฐานไม่ได้ซะที"
จูลี่หัวเราะเบาๆ พร้อมกับตอบว่า "ฉันเองก็เหมือนกันแหละ
บางทีคุณปู่อาจจะสอนให้เราดำเนินชีวิตตัวเองให้ดีที่สุด แต่ทำไมถึงไม่ได้สอนให้เราใช้ชีวิตคู่ให้รอดเนอะ
ว่าไหม" แดเนี่ยลและจูลี่ต่างหัวเราะออกมาพร้อมกัน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ยืนเงียบด้วยความกระอักกระอ่วน
ก่อนที่แดเนียลจะพูดโพล่งออกมาว่า "ผมเอง ก็ไม่เคยมาบอสตันเลย.....แล้วถ้าคุณมีเวลาว่าง
และไม่รังเกียจรถเก่าๆคันนี้ จะช่วยเป็นไกด์พาทัวร์เมืองนี้ให้ผมหน่อยได้ไหม"
จูลี่มองแดเนี่ยล "ยินดีค่ะ แต่ว่าตอนนี้รถฉันเสีย
ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป ฉันขอติดรถคุณไปรับลูกที่โรงเรียนก่อนได้ไหม"
แดเนี่ยลรับยิ้มของจูลี่ ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินตรงไปที่รถของแดเนี่ยล เดินจากป้ายของนายทหารคนหนึ่ง
ที่เป็นที่รักของทุกคนที่เขาได้รู้จัก "จ่าสิบเอก
เคซูเกะ มิยากิ, ชาตะ 1932, มรณะ 2005,
บิดา, นายทหาร และอาจารย์ของเราทุกคน"
edit @ 14 Jun 2008 14:31:17 by BloodyMonday